หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2554

อ่านสามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 14/2

อ่านสามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 14/2
อรุณศรีเงี่ยหูแนบกับประตูฟังเหตุการณ์อยู่ในห้องน้ำ เสียงภายนอกเงียบกริบ อรุณศรีจึงรวบรวมความกล้าค่อยๆ เปิดประตูออกมา พอกริชชัยได้ยินเสียงประตูห้องน้ำเปิดออก ก็รีบเก๊กขรึม กลบความอายทันที

อรุณศรีเดินออกมาจากห้องน้ำ แล้วก็ทำหน้านิ่งเหมือนไม่ได้ยินอะไร กริชชัยแก้เก้อด้วยความเก็บถาดขนม เก็บถุงขนมที่กระจัดกระจายอยู่ อรุณศรีซึ่งคุมอาการได้ดีกว่า มองไปรอบๆ ห้องด้วยความแปลกใจ
“คนอื่นไปไหนกันหมดคะ” อรุณศรีถามขึ้น

“อ๋อ..คือ.. แหนมเค้าอยากกลับบ้านไอ้วัชก็เลยไปส่ง คุณกรไปเปิดร้าน ไอ้ธีก็เลยไปด้วย ส่วนเภาเค้า..พอดีงอนผมนิดหน่อยก็เลยหนีเข้าไปอยู่ในห้อง”
“แล้วฝ้าย”
“อ้อ...คุณฝ้ายก็ไปกับคุณกรเห็นว่าจะไปจ่ายเงินเดือนลูกน้อง”
“จ่ายเงินเดือนลูกน้อง กลางเดือนเนี่ยนะ” อรุณศรีพึมพำ แอบบ่นเพื่อนสาวเบาๆ
“เอ่อ..คุณหิวหรือเปล่า กินอะไรมาหรือยัง” กริชชัยพูดหลังจากที่นึกขึ้นได้
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันว่า คนอื่นกลับกันหมดแล้ว ฉันกลับด้วยดีกว่าค่ะ”
อรุณศรีจะเดินไปหยิบกระเป๋า กริชชัยรีบพูดขึ้น
“ไม่ได้นะครับ”
อรุณศรีชะงัก มองหน้ากริชชัยที่กำลังคิดหาเหตุผล
“คือ...คุณฝ้ายฝากให้ผมดูแลคุณ แล้วก็ไปส่งคุณที่บ้าน ผมก็ต้องทำตามที่รับปากไว้ คุณอุตส่าห์มาร่วมงาน ดื่มน้ำไปแค่แล้วเดียวแล้วกลับ ผมรู้สึกผิดแย่ อยู่ทานอะไรสักหน่อยก่อนนะครับ เดี๋ยวผมทำให้”
“ทำให้ คุณทำกับข้าวเป็นเหรอคะ”
กริชชัยยิ้มอายๆ แล้วก็ส่ายหน้า
“ไม่เป็น แต่ผมมีอาหารแช่แข็ง คุณไปเลือกแล้วผมอุ่นให้ ผมอุ่นอาหารเป็น”
อรุณศรีเผลอตัวยิ้มตามกริชชัย
“นอกจากอาหารแช่แข็งแล้วคุณมีของสดอยู่บ้างมั้ยคะ”
“มีครับ เภาซื้อผัก แล้วก็อะไรก็ไม่รู้มาตุนไว้เต็มตู้เลย กลัวว่าพวกผมจะอดตาย”
“ฉันขอดูหน่อยได้มั้ยคะ เผื่อว่าจะมีอะไรที่ฉันพอจะเอามาทำอาหารได้บ้าง”
“คุณ...ทำอาหาร” กริชชัยแปลกใจ อรุณศรียิ้มนิดๆ.

อรุณศรีหาของในตู้ แล้วจัดการทำอาหารอย่างชำนาญและตั้งใจ ดูง่ายๆ ทว่าคล่องแคล่ว กริชชัยนั่ง
มองตาไม่กระพริบ เผลอมองไปยิ้มไปด้วยความชื่นชม เมื่ออรุณศรีหันมา กริชชัยก็ทำเก้อเป็นหยิบโน่นหยิบ
นี่ กินขนม ดื่มน้ำไปตามประสา อรุณศรี ลวกเส้นพาสต้า และทำซอสแบบง่ายๆ จากของที่มีอยู่
กริชชัยอาศัยทีเผลอนั่งมองแล้วก็ยิ้มอย่างมีความสุข
ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มมืดลง แสงไฟจากห้องกริชชัยสว่างขึ้น เสียงเพลงรักล่องลอยเข้ามาเหมือนกับจะบอกเรื่องราวความรักของคนทั้งคู่ที่กำลังจะเบ่งบาน

อรุณศรีวางจานพาสต้าที่โต๊ะ 2 จาน กริชชัยยืนมองแล้วก็ยิ้มพอใจ
“ไม่คิดว่าคุณจะทำอาหารเป็น น่าทานมาก”
“พี่ชายฉันเป็นเชฟค่ะ นอกจากเป็นหนูทดลองแล้ว ฉันต้องเป็นผู้ช่วยในครัวด้วย ก็เลยทำเป็นโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่...หน้าตาดูน่าทาน บางทีมันอาจจะไม่อร่อยก็ได้ ถ้ากล้าพอ ก็ต้องลองเอง” อรุณศรียิ้มพลางส่งส้อมให้
“เรื่องอื่นผมอาจจะไม่กล้า แต่เรื่องนี้ ขอรับคำท้า” กริชชัยเข้ามาล้อมวงชิมพาสต้าฝีมือของอรุณศรี
บรรยากาศแห่งความตื่น เกร็งของทั้งคู่ค่อยๆ จางลง ความสบายเริ่มก่อตัวขึ้น
.

ขณะที่อรุณศรีอยู่ที่ห้องคอนโดของกริชชัย เวลาเดียวกันนั้นปรานต์ยืนอยู่ที่หน้าบ้านอรุณศรีด้วยใบหน้าที่บูดบึ้ง ในมือถือช่อดอกไม้ ปรานต์กระหน่ำกดออดด้วยความไม่พอใจ
“แอ๊วหายไปไหน ? นัดกันไว้แล้วทำไมไม่อยู่บ้าน”

ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถืออรุณศรีก็ดังขึ้น อรุณศรีหันไปมองกระเป๋าสะพาย แล้วก็หันมาบอกกริชชัย
“สงสัยยัยฝ้ายจะโทร.มาเชคแหงๆ คุณลองได้เลยนะคะ ไม่ต้องรอ”
กริชชัยยิ้มรับ
อรุณศรีเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือมาดู...หน้าจอขึ้นชื่อ “ปรานต์”
อรุณศรีตัดสินใจกดรับสาย
“ปรานต์”
กริชชัยที่กำลังเอร็ดอร่อยกับพาสต้าฝีมืออรุณศรีพอได้ยินชื่อ “ปรานต์” เท่านั้นถึงกับกินไม่ลงในทันที กริชชัยใจหายวาบ.. บรรยากาศแห่งความสดใส งดงามวูบลงตรงหน้า

“แอ๊วอยู่ไหน” เสียงปรานต์โวยวายผ่านมาทางโทรศัพท์
อรุณศรีบอกไม่ถูกว่า ทำไม ทันทีที่ได้ยินเสียงปรานต์ถึงได้เซ็งจับใจขนาดนี้
“อยู่ที่งานเลี้ยงคอนโดเจ้านาย”
ทันทีที่ปรานต์ได้ยินคำว่า “เจ้านาย” เท่านั้น ก็โกรธจัดในทันที
“ไอ้กริชชัยคนเดิมใช่มั้ย นี่แอ๊วไปประเคนให้มันถึงที่ห้องเลยเหรอ”
อรุณศรีชักสีหน้าทันทีที่ได้ยินคำสบประมาท
“มันจะมากไปแล้วนะ แอ๊วมางานเลี้ยง ไม่ได้มาทำอะไรอย่างที่ปรานต์คิด”
อรุณศรีปรายตามามองกริชชัยนิดๆ เหมือนจะขอโทษแล้วก็เดินเลี่ยงออกคุยโทรศัพท์กับปรานต์ไปที่ระเบีย กริชชัยรวบวางช้อนถึงกับกินไม่ลง ได้แต่มองตามอรุณศรีด้วยความเป็นห่วง

“ปรานต์ไม่เชื่อ นี่ขนาดนัดปรานต์ไว้ แอ๊วก็ยังไป ปรานต์มันไม่สำคัญแล้วใช่มั้ย”
อรุณศรียืนอยู่ที่ระเบียงคุยต่อปรานต์เสียงดังใส่โทรศัพท์
“แล้วที่ปล่อยให้แอ๊วนั่งรอทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนเกือบจะหกโมงเย็น เห็นความสำคัญนักหรือไง”
“แอ๊วอย่ามาหาเรื่อง กลบเกลื่อนเรื่องตัวเองดีกว่า แอ๊วเห็นมันรวยใช่มั้ย ถึงได้ยอมมัน”
อรุณศรีน้ำตาแทบร่วงที่ได้ยินปรานต์พูดเช่นนั้น

กริชชัยเดินไปมาในห้องด้วยความร้อนใจ เพราะอรุณศรีดันปิดประตูกระจกที่ระเบียงด้วย แถมประตูห้องยังเก็บเสียง ทำให้กริชชัยไม่ได้ยินว่า อรุณศรีคุยอะไรกับปรานต์

อรุณศรีทนไม่ได้โพล่งออกไปบ้าง
“แอ๊วไม่ใช่ปรานต์นะ”
ปรานต์สันหลังหวะ ร้อนใจจึงทำเสียงดังใส่กลบเกลื่อน
“ปรานต์เป็นยังไง หือ ปรานต์เป็นยังไง”
อรุณศรีกัดริมฝีปากแน่น...ยังไม่อยากพูด พยายามเก็บไว้ ปรานต์เห็นอรุณศรีเงียบจึงได้ทีรุกไล่เสียงดังขึ้นอีก
“อย่ามาใส่ร้ายปรานต์ดีกว่า ปรานต์รักแอ๊วคนเดียว ไม่เคยมีคนอื่น”
อรุณศรีถึงกับทนไม่ได้กับความปลิ้นปล้อนตอแหลของปรานต์อีกต่อไป จึงระเบิดออกมา
“แล้วที่โกหกว่าไปทำงาน แต่แอบโทรศัพท์นัดกับคนอื่นที่โรงแรม แล้วก็หายไปสองวันสองคืน ถ้าไม่เรียกว่ามีคนอื่น แล้วเค้าเรียกว่าอะไร”
อรุณศรีน้ำตาร่วง หมดความอดทน ปรานต์อึ้งไป..พูดไม่ออก ไม่คิดว่า อรุณศรีจะระแคะระคายในเรื่องนี้ ปรานต์พยายามจะแก้ตัว
“แอ๊วพูดอะไร ปรานต์ไม่รู้เรื่อง นัดใครที่โรงแรม แอ๊ว..เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า”
อรุณศรีพูดทั้งน้ำตา
“การที่เราเงียบ ไม่ได้แปลว่าเราโง่”
ปรานต์สะอึกพูดไม่ออก อรุณศรีได้ทีพูดต่อทันที
“ที่ผ่านมา..ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร แอ๊วทนได้ทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องเดียว เรื่องมีคนอื่น ถ้าอยากไป ก็บอกมาตรงๆ อย่ามาหลอกกัน” อรุณศรีพูดเสียงสั่นน้ำตาร่วง
กริชชัยมองผ่านกระจกออกไปตรงระเบียงเห็นน้ำตาของอรุณศรีก็เกิดความสงสาร ถึงจะไม่ได้ยินว่าอรุณศรีพูดอะไรกับปรานต์ก็ตามที
“ถ้าปรานต์ยังไม่หยุดโกหกก็ไม่ต้องมาให้เห็นหน้า แล้วก็หยุดบอกว่ารักได้แล้ว เพราะแอ๊วไม่เชื่อ”
อรุณศรีกดสายทิ้งพร้อมกับน้ำตาที่ไหลมาอย่างสุดจะกลั้น กริชชัยมองด้วยความเป็นห่วง
“แอ๊ว แอ๊ว...แอ๊” ปรานต์ตะโกนเรียกอรุณศรี
ปรานต์รีบโทร.กลับด้วยความหงุดหงิด
“เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถ...” ปรานต์กดทิ้งด้วยความร้อนใจ
ปรานต์หงุดหงิด ฟาดช่อดอกไม้เข้ากับรั้วบ้านอย่างแรง จนช่อดอกไม้หลุดลุ่ย พลางคิดว่า แอ๊วนะแอ๊ว..รู้เรื่องนี้ได้ยังไง

อรุณศรีพยายามจะหยุดร้องไห้ด้วยการเช็ด - ปาดน้ำตาและ กระพริบตาถี่ ไล่ไม่ให้น้ำตาไหล ในยามนี้ อนุณศรีพยายามทำตัวให้เข้มแข็ง ซึ่งยากลำบากเป็นอย่างยิ่ง
ทันใดนั้น..เสียงเปิดประตูระเบียงก็ดังขึ้นอย่างแผ่วเบา อรุณศรีค่อยๆหันมา กริชชัยยืนอยู่ และพูดอย่างสุภาพ
“ผมรู้ว่าคุณอยากอยู่คนเดียว...แต่ผมขอนั่งตรงนี้ได้มั้ย”
อรุณศรีมองหน้ากริชชัย ถามเสียงสั่นๆ ...
“คุณจะมานั่งทำไม”
กริชชัยมองหน้าอรุณศรีแล้วก็พูดออกมาจากใจ
“คุณจะได้ไม่ลืม...ว่าคุณยังมีผมอยู่ข้างๆ”
อรุณศรีถึงกับน้ำตาไหลพร่างร่วง ปล่อยโฮออกมาโดยไม่รู้ตัว กริชชัยมองด้วยความเห็นใจ อยากจะดึงมากอด แต่ก็ไม่กล้า กริชชัยค่อยๆผ้าเช็ดหน้าให้อรุณศรีอย่างสุภาพ อรุณศรีรับมาแล้วก็ร้องไห้ต่ออย่างฟูมฟาย ภาพแห่งความเศร้าที่อวลกรุ่นไปด้วยความรักและความเห็นอกเห็นใจที่แสนงามเกิดขึ้นบนระเบียงแห่งนี้
เพลงที่กริชชัยร้องให้อรุณศรีดังเข้ามาอีกครั้งในความทรงจำอีกครั้ง

อ่านสามหนุ่มเนื้อทอง ตอนที่ 14/2
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์