หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2555

อ่านต้มยำลำซิ่ง ตอนที่ 5/3

อ่านต้มยำลำซิ่ง ตอนที่ 5/3
รุ้งระวียิ้มแล้วไหว้คนดู หลังจากเสียงปรบมือซาลง

“ขอบคุณค่ะ ไม่ว่าแม่จะอยู่ที่ไหน รุ้งคิดถึงแม่ทุกวันคืน แม่ขารุ้งเป็นนักร้องอย่างที่ แม่อยากให้รุ้งเป็นแล้ว รุ้งจะทำให้แม่ภูมิใจในตัวรุ้งที่สุด”
แสงหล้ามองโทรทัศน์แล้วสะอื้น
“แม่รู้ลูก แม่รู้แล้ว”

ในจอทีวี เพลง“ผู้บ่าวข้าวจี่”ขึ้น รุ้งระวีเริ่มเต้นเท่าที่พอเต้นได้ แสงหล้าเช็ดน้ำตา แล้วยิ้มออกมา
โส่ยมองอย่างสงสัย
“เจ๊ หรือว่ามันเป็นแม่นังนักร้องนี่จริงๆ มันร้องเพลงเดียวกันเลยนะ”
“อุ๊ย...เพลงกล่องเด็กแบบนี้ใครๆ ก็ร้องได้ทั้งนั้น เปลี่ยนช่องเถอะมันจะได้เลิกดู แล้วไล่มันไปซะ”
โส่ยเดินมาหาแสงหล้า ที่ยังไม่ได้แตะต้องข้าวต้ม โส่ยกดรีโมทเปลี่ยนช่องเป็นละครทันที
“เฮ่ย ข้ากำลังดูลูกสาวข้าอยู่”
“แต่ข้าไม่อยากดูนังฝรั่งลูกสาวเอ็ง ข้าจะดูละครโว้ย”
“ข้าซื้อข้าวต้มเอ็งกินแล้วนะ เอ็งต้องเปิดให้ข้าดูซีวะ เอารีโมทมา”
แสงหล้าแย่งรีโมท โส่ยกระโดดหลบ แล้วคว้าชามข้าวต้มที่ยังไม่ได้กิน โปะลงบนหัว แสงหล้าชะงักไป เจ๊เล้ง แม่ค้าอื่น และลูกค้าที่นั่งกินอยู่หัวเราะ
“ไป...ออกไปจากร้านข้าได้แล้ว เอ๊ะ ยังไม่ไปอีก...งั้นต้องอย่างนี้”
เจ๊เล้งยกถังน้ำสาดโครม เข้าเต็มร่างแสงหล้าที่ล้มไปกับพื้น เงยหน้าขึ้นมองทุกคนที่ยังหัวเราะไม่เลิก
“ถือว่าช่วยเอ็งล้างคราบสกปรกไงวะ นังโส่ย ลากมันออกไป”
โส่ยเข้าจิกผม แสงหล้ากรีดร้อง โส่ยเหวี่ยงร่างของแสงหล้า ลงไปนอนจมกับฟุตปาธข้างถนนแสงค่อยๆโงนเงนลุกขึ้น ท่ามกลางเสียงหัวเราะนั้น แสงหล้าร้องเพลงกล่อมลูกออกมาอีกครั้งปนเสียงสะอื้น แต่เสียงแหบแห้งอยู่ในลำคอ ค่อยๆเดินจากกลุ่มคนใจร้ายทั้งกลุ่มออกไป
“ว่า...ขวัญเอย ขวัญมา อย่าร้องไห้ งอแงผีบ้านผีเรือนปกปักดูแล ลูกแม่หลับให้สบายแม่จิเอาเดือนตากได้ เอาร่มไม้ตามชายคา แม่ธรณี พระแม่คงคา โหบกอดวิญญาเจ้ามาจนใหญ่”
แสงหล้า เดินร้องปนสะอื้นหายไปในความมืด

รุ้งระวีร้อง“ผู้บ่าวข้าวจี่”จนจบเพลง โพสต์ท่าพร้อมหางเครื่อง จบเพลงอย่างงดงาม คนดูปรบมือเกรียว อินทรถ่ายภาพต่อเนื่อง ทูนอินทร์มองคนดูโดยรอบ เห็นว่าชื่นชมรุ้งระวีกันถ้วนหน้า ขณะที่เธอกลับเข้าหลังเวที

รุ้งระวีกลับเข้ามาด้วยอาการเท้ากะเผลก อิทธิเข้ามาประคอง พร้อมจี่หอยและมะปราง พามานั่งแล้วพากันดูที่เท้า
“รุ้ง รุ้งคือดาราของประชาชนแล้วนะ” อิทธิบอกสีหน้ายิ้มแย้ม
“เหรอคะคุณอิท” รุ้งระวีตื่นเต้น
“คนรักรุ้งกันทั้งคอนเสิร์ตเลย”
“ตายแล้ว รุ้ง มันเหยียบจนเป็นแผลเลยเนี่ย” จี่หอยโวยวาย
“ไปทำแผลก่อนเถอะค่ะ“ มะปรางบอก
อิทธิช่วยประคองรุ้งระวี ทูนอินทร์เข้ามาพอดี เห็นรุ้งระวีกอดอิทธิไว้แน่น ขณะที่อิทธิโอบร่างเธอไว้ จนเธอซบกับไหล่ของเขา ทูนอินทร์หลบเข้ามุม เมื่ออิทธิประคองรุ้งระวีผ่านไปที่ทางออก อินทรเข้ามาหา
“พี่ทูน จะให้ถ่ายเบื้องหลังรุ้งต่อไหม”
“รอถ่ายตอนนักข่าวสัมภาษณ์ดีกว่า ตอนนี้คงเป็นเวลาส่วนตัวของเขา”
ทูนอินทร์เจื่อนๆไป

ในห้องแต่งตัว รุ้งระวีให้สัมภาษณ์นักข่าวที่เข้ามาเต็มห้อง ทูนอินทร์แบกกล้องถ่ายเก็บภาพเบื้องหลังเอง โดยอินทรช่วยอยู่ข้างๆ
“ที่ร้องเพลงกล่อมเด็ก เพราะคิดถึงแม่ใช่ไหมคะ” นักข่าวสัมภาษณ์
“ใช่ค่ะ จำได้ว่าแม่เคยร้องเพลงกล่อมรุ้งนอนตั้งแต่เด็กๆ”
“เอ แต่ที่รุ้งให้สัมภาษณ์ว่าจากเมืองไทย ไปตั้งแต่ห้าขวบ ยังจำเพลงของแม่ได้หรือคะ”
รุ้งระวีอึกอักไปเล็กน้อย แต่ก็ตัดสินใจตอบ
“จำได้ค่ะ ไม่เคยลืมเลย”
“ตกลงคุณแม่ยังมีชีวิตอยู่รึเปล่าคะ”
รุ้งระวีเหลือบมองไปทางอิทธิ เขาพยักหน้าให้พูดได้
“เท่าที่รุ้งทราบ แม่ไม่เคยติดต่อรุ้งอีกเลย รุ้งเข้าใจว่าท่านคงจากไปแล้ว แต่ตอนนี้รุ้งไม่แน่ใจแล้วค่ะ ท่านอาจยังอยู่ก็ได้ ถ้าท่านยังอยู่ รุ้งจะตามหาท่านให้เจอ พี่ๆนักข่าวช่วยรุ้งด้วยนะคะ”
รุ้งระวีไหว้ นักข่าวพึมพำกันด้วยความสงสาร
“ขอสัมภาษณ์ทั้งกลุ่มเลยครับ”
นักข่าวเชิญกลุ่มขวัญเข้ามารวมกับรุ้งระวี ทุกคนจ้องมาที่รุ้งระวีด้วยอาการไม่เป็นมิตร แต่เมื่อหันมามองทางนักข่าว ทุกคนยิ้มแย้ม ขวัญข้าวกับจุ๊บแจงเข้ามากอดรุ้งระวี
“พี่ขวัญดีใจกับน้องรุ้งจริงๆนะคะ เราดังแล้วนะลูก” ขวัญข้าวแสดงความเป็นมิตรเต็มที่
“เป็นกำลังใจให้เรื่องคุณแม่นะคะรุ้ง” จุ๊บแจงรีบเอาใจ
“เมื่อกี้เหมือนมีอะไรกันบนเวทีรึเปล่าคะ เห็นน้องรุ้งทรุดลงไปนั่งที่พื้น ตอนที่น้องแจงเข้าไปหา”
นักข่าวถาม จุ๊บแจงยิ้มประหารใส่รุ้งระวี
“อ๋อ รุ้งบอกพี่แจงว่ามันปวดมวนในท้องนิดหน่อย พี่แจงบอกว่าคงเครียด ให้ลงนั่งสักพักเดี๋ยวจะหาย” รุ้งระวีตอบอย่างไม่อยากจะตกเป็นข่าว
“แล้วหายไหมคะ”
“หายค่ะ หายเป็นปลิดทิ้งเลย”
นักข่าวหัวเราะออกมา อาชารีบเสริม
“ลองจำไปใช้บ้างนะครับ พวกเราใช้กันประจำ พอปวดท้องก็ลงนั่งยองๆ สักพักลมเดินสะดวก”
“เอ๊ะ อันนั้นแกทำในห้องส้วมไม่ใช่เหรอ เสียงดังปู้ดๆ”ขวัญข้าวกัด
ทุกคนหัวเราะเฮ จุ๊บแจงและรุ้งระวีมองหน้ากัน สายตาเชือดเฉือน

ทูนอินทร์กำลังเก็บข้าวของใส่รถเตรียมตัวกลับ หลังจากงานคอนเสิร์ตเลิกแล้ว ผู้คนกำลังทยอยออกจากงาน รุ้งระวีมีผ้าพันแผลที่เท้าเดินมาเบื้องหลัง
“คุณทูน”
ทูนอินทร์หันมา
“เป็นยังไงบ้างครับ ยังไม่กลับอีกเหรอ”
“กำลังจะกลับแล้วค่ะ แต่ยังกลับไม่ได้ ถ้าไม่ได้ขอบคุณคุณก่อน”
“ขอบคุณผมเรื่อง”
“ที่แนะนำวิธีเอาชนะความกลัวได้น่ะซีคะ ที่คุณให้ฉันนึกถึงหน้าคนที่เราจะร้องเพลงให้ รู้ไหมฉันนึกถึงใคร”
“ผม”
รุ้งระวีหัวเราะ
“หมายถึงเพลงกล่อมเด็กน่ะค่ะ”
“ถึงแม่เหรอครับ”
“ค่ะ แค่คิดถึงแม่เท่านั้นแหละ ฉันก็ร้องออกมาได้เหมือนไม่ได้อยู่ในคอนเสิร์ตเลย”
“งั้นซี ได้อารมณ์ดีเหลือเกิน บางคนที่ได้ฟังร้องไห้ตามไปด้วยเลยนะ”
“เหรอคะ”
“เอ....แล้วเพลงฝากจิ้มแจ่ว กับผู้บ่าวข้าวจี่ ละครับ คุณนึกถึงใคร”
“เพลงแรกนึกถึงพี่น้องที่แอลเอค่ะ ส่วนเพลงที่สอง ทายซีคะว่านึกถึงใคร”
“ก็ต้องผมอยู่แล้ว”
“อย่าเข้าข้างตัวเองนักซีคะ”
“แล้วนึกถึงใครละครับ”
“ฉันนึกถึงนายนักข่าวแต๋ว นายนักร้องลงตุ่ม นายภารโรงที่สนามบิน”
“อ้าว แล้วนายทูนอินทร์ ผู้กำกับมิวสิคคนนี้ล่ะ”
“ไม่นึกเลยสักนิด”
“น้อยใจจะแย่แล้ว”
“ก็คุณมันหลายบุคลิกเหลือเกินนี่ แล้วที่เป็นนายทูนอยู่นี่ ฉันก็ยังไม่ รู้จักคุณดีพอ”
“ถ้าคุณรู้จักดี คุณจะหลงรักเขาเลยละ”
“แหม...แย่หน่อยนะคะ ฉันไม่ค่อยชอบผู้ชายหลงตัวเอง กลับละ พรุ่งนี้เราจะเจอกันไหม”
“แน่นอนครับ ผมต้องไปตามเก็บเบื้องหลังคุณอยู่แล้ว”
รุ้งระวียิ้มให้ก่อนแยกไป ทูนอินทร์มองตามตาเคลิ้ม

หลังงานเลิก อิทธิให้คมกับเดช ลากตัวจุ๊บแจง กับจวงใจไปที่บ้านด้วย โดยเขาเข้าไปคุยกับจุ๊บแจงในห้องทำงาน ส่วนจวงใจรออยู่ที่โถงนอก คมและเดชยืนรออยู่ด้วย
“จะเอายังไงกับฉัน” อิทธิถามอย่างไม่พอใจ
“ไม่เอายังไงหรอกค่ะ แจงแค่ทวงสิทธิ์ความเป็นเมียของแจงคืนเท่านั้น”
“แล้วไปเล่นงานรุ้งงั้นเหรอ บนเวทีเลยนะ กล้ามาก”
“ทำยิ่งกว่านี้แจงก็ทำได้”
“แล้วนึกเหรอ ว่าคนอย่างฉันจะลงโทษขั้นเด็ดขาดเธอไม่ได้”
“จะทำอะไรแจง แจงเป็นเมียคุณนะ”
อิทธิกระชากจุ๊บแจงขึ้นมา เธอกรี๊ดลั่น
“ไม่ต้องมาอ้างเรื่องเป็นเมีย เธอน่ะมันตกอันดับไปแล้ว”
อิทธิลากจุ๊บแจงออกไปที่โถงด้านนอก แล้วเหวี่ยงเธอลงกับพื้น จวงใจเข้าประคองขณะที่จุ๊บแจงร้องโฮ
“คุณอิทธิ คุณไม่มีสิทธิ์ทำกับแจงแบบนี้นะ” จวงใจไม่พอใจ
“ทำไม ฉันให้โอกาสครั้งสุดท้าย ถ้าแกล้งรุ้งอีก ฉันจะเฉดหัวออกไปทั้งสองคน...ไป๊....ไปได้แล้ว”
จวงใจประคองจุ๊บแจงลุกขึ้น
“ได้ค่ะ จวงพาแจงไปอยู่ค่ายไหนก็ได้ทั้งนั้น แต่ระวังนะคะว่าข่าวอื้อฉาว นังรุ้งมันจะไปกับเราสองคนด้วย”
“ข่าวอะไร”
“ก็ข่าวเรื่องแม่นังรุ้งไง คุณหลอกมันใช่ไหม เอารูปใครก็ไม่รู้มาอ้างว่าเป็นแม่มันเรารู้นะ”
“อีจวง แกรู้ได้ยังไง”
อิทธิตวาด เดชกลืนน้ำลายเอื๊อก พยายามไม่แสดงพิรุธ
“พวกแกบอกมันเหรอ” อิทธิตวาดถาม
“เปล่าครับ นาย หรือเอ็งวะไอ้เดช”
คมหันไปมองหน้า เดชรีบปฏิเสธ
“ฉันไม่รู้เรื่องพี่”
อิทธิหันไปชี้หน้าจวงใจ
“ถ้าแกพูดเรื่องนี้ออกไป แกตาย อีจวง”
จวงใจยิ้มหยัน
“ไปแจง ไม่ต้องร้องไห้ ไม่ต้องไปเสียใจกับคนที่ไม่เห็นค่าของเรา”
จวงใจพาจุ๊บแจงออก อิทธิหันมาตวาด
“หาให้ได้ว่าอีจวงมันรู้เรื่องนี้จากใคร”
“ครับนาย”
คมกับเดชรับปาก

วันรุ่งขึ้น รุ้งระวีเข้ามาในบริษัทพร้อมมะปรางและจี่หอย ทูนอินทร์ กับอินทรมารออยู่แล้วที่โถงรับแขก
“คุณทูน คุณทร สวัสดีค่ะ วันนี้มาประชุมเหรอคะ” จี่หอยเดินเข้าไปคุยด้วย
“ครับ...เตรียมงานถ่ายมิวสิคน่ะ” ทูนอินทร์ตอบ
“เราเตรียมโลเกชันมาแล้วครับ อยากดูไหม” อินทรถาม
“อยากค่ะ”
จี่หอยและมะปรางลงนั่งร่วม อินทรหยิบกล้องส่งให้ทั้งคู่ดู
ทูนอินทร์เดินมาหารุ้งระวี
“คุณ ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ”
“เรื่องอะไรคะ”
“คืออย่างนี้”
ทูนอินทร์กระซิบข้างหู
“เข้าใจไหม”
“ไม่เข้าใจค่ะ ไม่ได้ยินด้วย”
“ทำไม หูหนวกเหรอ”
“ฉันใส่หูฟังอยู่น่ะ ถอดก่อน”
รุ้งถอดหูฟังด้านที่ทูนอินทร์กระซิบออก ทูนอินทร์กระซิบข้างหูอีกที เธอพยักหน้าอย่างสนใจ
“ให้ฉันไปพักที่ไร่คุณ แล้ว...แน่ใจนะว่าคุณจะบริการฉันเต็มที่”
“รับรอง จัดให้เต็มพิกัด”
“งั้นก็โอเค”
“รุ้ง มาดูเร็ว สวยมาก” จี่หอยกวักมือเรียก
“อะไรเหรอ“
“โลเกชันที่เราจะไปถ่ายค่ะ สวยจริงๆ” มะปรางเสริม
รุ้งระวีลงนั่งดู แล้วเงยหน้ามายิ้มอย่างบอกให้รู้ว่าชอบมาก

อิทธินั่งดูรูปในกล้องของทูนอินทร์ เห็นเป็นภาพไร่อินสรวงสวยงาม เขาเลื่อนภาพดูไปเรื่อยๆ เห็นทัศนียภาพของไร่ ทั้งบึงน้ำ เขา และธรรมชาติงดงาม
“สวยครับ สวยมาก” อิทธิชม
จี่หอยและรุ้งระวีรับกล้องมาดูต่อ ชื่นชมในความงาม
“ไร่ของคุณจริงๆเหรอ” อิทธิหันไปถาม
“ของปู่ย่าตาทวดผมน่ะ ตกทอดมาที่ผมกับน้องชาย” ทูนอินทร์บอกอย่างภูมิใจ
“ดูแลรักษาอย่างดีเลยนะ แล้วถ้าคุณเต็มใจให้เราไปถ่ายมิวสิคแบบนี้ คุณคิดค่าเช่าเท่าไหร่”
“ฟรีครับ”
“ผมถ่ายสองวันนะ”
“กี่วันผมก็ให้ถ่ายฟรีครับ”
“เพราะอะไร”
“แหม ได้ต้อนรับคุณรุ้งทันที ถือเป็นเกียรติกับไร่ผมแล้วครับ”
อิทธิสะกิดนิดๆ กับคำพูดทูนอินทร์
“ตกลงไหมครับ ของฟรีไม่ได้มีบ่อยๆนะ”
“ยิ่งกว่าตกลงอีก ขอบใจมาก”
อิทธิส่งมือมาเช็คแฮนด์กับทูนอินทร์ รุ้งระวีรีบบอก
“คุณอิทคะ สวยแบบนี้ขอรุ้งไปพักสักสองวันได้ไหมคะ”
“ไปพักที่นี่เหรอ ไม่รบกวนคุณทูนเขาเหรอ” อิทธิบอกอย่างไม่ค่อยอยากให้ไป
“บ้านผมใหญ่โตครับ มีแม่บ้านด้วย ไม่รบกวนเลย”
“นะคะ ตอนนี้รุ้งเหนื่อยมาก อยากพักสักหน่อย” รุ้งระวีพยายามอ้อน
จี่หอยรีบเสริม
“หอยก็เหนื่อย หอยก็อยากพักนะคะ หอยกับมะปรางจะดูแลรุ้งเอง คุณอิทไม่ต้องห่วง”
อิทธิมองรุ้งระวีและมองมาทางทูนอินทร์ อย่างไม่วางใจนัก แต่ก็ตัดสินใจยอมตามใจ

จวงใจกับเดช แอบคุยกันที่มุมหนึ่งของบริษัท
“มันเรื่องอะไรเจ๊ไปบอกคุณอิทเรื่องแม่ยายรุ้ง ผมเกือบโดนพี่คมเล่นแล้วนะ” เดชโวย
“ฉันไม่ได้พาดพิงถึงแกนี่”
“แต่เขาก็สงสัยผมได้ เจ๊ห้ามพูดเรื่องแม่ยายรุ้งอีกนะ”
“ก็ได้ ฉันจะไม่พูดอีก แต่แลกกัน แกมีข่าวคราวอะไรเพิ่มเติม แกต้องมาบอกฉันทุกเม็ด อย่างตอนนี้ มิวสิคตัวใหม่ของนังรุ้ง มันจะไปถ่ายที่ไหน”
“รู้แล้วก็เหยียบไว้นะเจ๊”
เดชกระซิบ จวงหน้าเครียดขึ้นมาทันที

จุ๊บแจง ขวัญข้าว และอาชาซ้อมเต้นในห้องซ้อมกับครูสอน จวงใจเดินเข้ามาหน้าหงิก แล้วตวาดใส่
“ครู”
“ว้าย” ครูสอนสะดุ้งอย่างตกใจ
“เลิกสอนก่อน อารมณ์ไม่ดี”
“ค่ะ ค่ะ”
“อะไรเจ๊ ธาตุเคลื่อนเหรอ” อาชาหันมามอง
“ใช่ ไฟธาตุใกล้จะแตกแล้ว รู้ไหม มิวสิคนังฝรั่งมันได้ไปถ่ายที่ไหน”
“แอลเอเหรอ” ขวัญข้าวถาม
“ไร่อินสรวง “
“ที่เขาว่าสวยๆน่ะนะ” จุ๊บแจงสนใจทันที
“แล้วรู้ไหมเจ้าของไร่คือใคร”
“ใคร” ขวัญข้าวอยากรู้มาก
“ก็นายทูนอินทร์ ผู้กำกับมิวสิคของนังฝรั่งนั่นไง”
“ตายจริง เห็นแต่งตัวเหมือนพวกกุลี ไม่นึกเลยนะว่ารวย” อาชาตื่นเต้น
“คนรวยเขาก็อย่างนี้แหละ ผิดกับที่มาจากกุลีของแท้นะ แต่งรวยแค่ไหนก็เหมือนกุลี” ขวัญข่าวมองอาชาทั้งตัว
“เจ๊ขวัญ....ด่ายายแจงมันทำไม” อาชาพยายามเบี่ยงให้พ้นตัว
“ด่าแกอีม้า” ขวัญข้าวตวาดกลับ
จวงใจถอนใจเฮือก
“มันได้แต่ของดี ประเคนไปให้มันทั้งหมดเลย แล้วพวกเราล่ะ อยู่กันอย่างหมาหัวเน่าเนี่ยนะ”
อาชา ขวัญช่วยกันเสริม ขณะที่จุ๊บแจงนึกสนใจทูนอินทร์ขึ้นมา

ทูนอินทร์เดินออกมากับรุ้งระวี หลังจากอิทธิตอบตกลง
“มีแผนอะไรรึเปล่า ที่จะให้ฉันไปพักไร่คุณ” รุ้งระวีสงสัย
“เยอะแยะเลย”
“ว่ามา”
“ผมจะลักพาตัวคุณไปอยู่ในไร่ ให้คุณอดมื้อกินมื้อ แล้วทุกวันก็ต้องร้องเพลงให้ผมฟัง ถ้าร้องไม่เพราะ ผมจะจับคุณลอกคราบ”
“อุ๊ย...ลอกคราบอะไรฉัน”
“ลอกคราบการร้องเพลงของคุณเสียใหม่ยังไงล่ะ สำเนียงของคุณบางอย่างมันยังไม่ใช่เสียงลูกทุ่งของแท้”
“ยังไงเหรอคะ”
“มันยังติดฝรั่งนิดๆ”
“ไม่ยักรู้แฮะ”
ทั้งสองตรงไปที่ห้องอาหาร จุ๊บแจงโผล่ออกมามองพร้อมกับจวงใจ
“อุ๊ย...ถ้ารู้ว่ารวยขนาดนี้ แจงจีบไปนานแล้วละ”
“จีบตอนนี้ก็ยังไม่สายนี่นา ไปตัดหน้ามันเลยแจง”
ทูนอินทร์และรุ้งระวีเลี้ยวไปทางห้องอาหาร จุ๊บแจงและจวงใจรีบตาม

จุ๊บแจงและจวงใจมาถึงหน้าห้องอาหาร
“เข้าไปจัดการเลยแจง” จวงใจสั่ง
แจงนวยนาดเข้าไป แล้วกอดแขนอินทร ที่กำลังยืนคุยกับมะปราง จี่หอยกำลังเตรียมอาหารอยู่
“คุณทูนขาไม่ยักรู้ว่าเจ้าของไร่อินสรวง แหม...ขอแจงแวะไปเที่ยวบ้างได้ไหมคะ”
ขณะเดียวกันที่หน้าห้อง ทูนอินทร์และรุ้งระวีเดินตรงมา
“อ้าว คุณทูนอยู่นี่ แล้วข้างในล่ะ”
จวงใจเข้าไปในห้อง เห็นว่าจุ๊บแจงกำลังกอดแขนอินทร ถามอย่างออดอ้อน
“ได้ไหมคะคุณทูน”
“อยากไปเที่ยวก็ไปซีครับ” อินทรตอบงงๆ
“ขอบคุณค่ะคุณทูน” จุ๊บแจงพูดกับมะปราง “นี่...นังฝรั่งคุณทูนเขาเอ่ยปากชวนฉันแล้วนะ”
มะปรางหัวเราะ
“พี่แจงคะ นี่มะปรางค่ะ ไม่ใช่ฝรั่ง แล้วนั่น คุณอินทรค่ะ”
“หา...”
จุ๊บแจงเขม้นมอง ทั้งหรี่และขยี้ตาตัวเอง
“คุณแจง มองไม่เห็นหรอกเหรอ” อินทรถามอย่างแปลกใจ
“ไม่ได้ใส่คอนแท็คส์ค่ะ”
“ฮ่ะฮ่ะ ยายแจง แก” จี่หอยสะใจ
อินทร มะปรางหัวเราะตาม
“หัวเราะอะไรกันครับ” ทูนอินทร์ที่เดินเข้ามาถามอย่างแปลกใจ
“ยายแจงอยากไปเที่ยวไร่อินสรวงค่ะ แต่มาทำฉอเลาะกับคุณทร เพราะความที่ตามัว ฉอเลาะผิดคน เรียกคุณทรว่าคุณทูน ฮ่ะฮ่ะ” จี่หอยหัวเราะสะใจมาก
“เห็นมะปรางเป็นพี่รุ้งอีกต่างหากนะคะ”
“ทำไมไม่ใส่แว่นยายแจง” จวงใจหงุดหงิด
“ซ้อมเต้นอยู่ จะไปใส่ได้ไงล่ะพี่” จุ๊บแจงหน้าแหย
“กลับเลยยายแจง หน้าแตกเป็นเสี่ยงๆแล้ว”
จวงใจดึงจุ๊บแจงออกไป จุ๊บแจงรีบจับมือรุ้งระวีที่มองงงๆ
“แจงยังอยากไปอยู่นะคะคุณทูนขา”
“ว้าย นั่นมือนังฝรั่ง”
จวงใจตีมือจุ๊บแจงพาออกไป ทุกคนในห้องพากันหัวเราะ รุ้งระวีหันมามองหน้าทูนอินทร์
“ใครๆก็อยากไปไร่อินสรวงกันทั้งนั้น อยากไปเห็นกับตาแล้วซีว่าสวยขนาดไหน”
ทูนอินทร์ยิ้มให้รุ้งระวี

วันต่อมา ขณะที่นั่งอยู่บนรถ ผ่านถนนเส้นสวยงามเพื่อเข้าไปที่ไร่อินสรวง รุ้งระวีเปิดหน้าต่างรับลมเต็มที่ ขณะที่จี่หอยทำหน้าที่ขับรถ มะปรางนั่งด้านหลัง ทั้งสามคนมีสีหน้าแช่มชื่น
ณ บ้านอินสรวง อินทรวิ่งมากลางโถง หนาน คูน และแม่บ้านแป๋ว กับจุ๊ กำลังกินของเช้ากันอยู่
“เร็วพี่ คุณรุ้งเข้าไร่มาแล้ว”
“ทำไมมาเร็วนักวะ ไหนว่าจะมาสายๆ” หนานถาม
“ไม่รู้เหมือนกัน เขามาถึงแล้ว” อินทรบอก
หนานและคูนคว้ากลอง และแคนวิ่งตามอินทรไปหน้าบ้าน สวนกับส้มป่อย
“ไปไหนกันน้า”
“คุณรุ้งมาแล้วโว้ย” คูนบอก
“ตายแล้ว ส้มยังไม่ได้เปลี่ยนชุดเลย หน้าก็ยังไม่ได้แต่ง คุณรุ้งต้องผิดหวังในตัวส้มแน่ๆ เลย”
บอกอย่างนั้น แต่ส้มป่อยวิ่งตามไป

ที่หน้าบ้าน ทุกคนมารอรับรุ้งระวีอย่างพร้อมเพรียง แป๋วและจุ๊เตรียมช่อดอกไม้มาด้วย ขณะที่ ส้มป่อยยืนบิดขาด้วยอาการปวดฉี่ รถกำลังแล่นตรงมา
“นั่นไง มาแล้ว” อินทรบอก
“อูยยย จะได้เจอตัวจริงแล้ว อูยย...”
“ส้ม แกเป็นอะไรวะ” หนานหันไปถามถาม
“หนูไม่มั่นใจ ขอหนูไปเปลี่ยนชุดก่อน แล้วตอนนี้หนูปวดฉี่จะราดแล้วด้วย”
ส้มป่อยวิ่งกลับขึ้นเรือน
รถมาจอดเทียบ รุ้งระวี มะปรางลงจากรถ หนาน คูน บรรเลงเพลงทันทีเป็นเพลงฝากจิ้มแจ่วไปแอลเอ จี่หอยตามลงมา แป๋ว กับจุ๊ มอบช่อดอกไม้งามๆให้ทั้งสาม จี่หอยนึกสนุกเต้นตามไปด้วย
“ไร่อินสรวงขอต้อนรับครับ” อินทรบอกด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“น่ารักจังค่ะ ขอบคุณมาก”
“ต้อนรับกันขนาดนี้เชียว อายจัง” จี่หอยฉีกยิ้มกว้าง
“สวัสดีค่ะ พี่หนาน พี่คูน” รุ้งระวีทักทาย
“จำพวกเราได้นะครับคุณรุ้ง” หนานตื่นเต้น
“ใครจะไปลืมเพลงรักน้องต้องลงตุ่ม ของพวกพี่ละคะ”
“ตอนนี้เราก็ร้องฝากจิ้มแจ่วไปแอลเอ ของคุณรุ้งได้หมดทั้งบ้านแล้วครับ”คูนรีบบอก
“อย่างนี้ก็ต้องจำท่าเต้นได้ด้วยซีคะ อย่างเนี้ย หอยคิดเองนะคะ” จี่หอยเต้นให้ดู
“จำได้แต่ของคุณรุ้ง อันนี้มีแต่มันเปลว จำไม่ได้ครับ” หนานบอกขำๆ
จี่หอยหยุดเต้นทันที
“เชิญบนเรือนเลยครับ” อินทรผายมือเชิญชวน

อินทรพาทุกคนผ่านโถงกลางบ้าน ที่ตกแต่งอย่างดี รุ้งระวี มะปราง จี่หอยเดินมองตัวบ้านอย่างชื่นชม แป๋ว กับจุ๊ช่วยเข็นกระเป๋าของทั้งสามเข้าไปไว้ที่ห้องพักที่จัดเตรียมไว้
“บรรเจิดสุดๆ น่ามาถ่ายหนัง แล้วพวกเรารับบทเจ้านางกันนะ” จี่หอยเสนอไอเดีย
“กว้างขวางดีจังเลย กลัวเดินหลง” มะปรางชื่นชอบมา
“ถ้าจับมือผมไว้ คงไม่หลงหรอกครับ” อินทรรีบบอก
รุ้งระวี จี่หอย ส่งเสียงแซวอินทรและมะปรางที่หน้าแดง อายม้วน

หน้าเรือน ส้มป่อยแต่งตัวใหม่ แต่งหน้าสวยวิ่งกลับมา เจอแต่หนานและคูน
“น้า คุณรุ้งล่ะ”
“ขึ้นเรือนไปแล้ว แต่งอะไรของเอ็งวะ นังส้ม”
“เกาหลี ผสมไทย ผสมแอลเอ ผสมโลลิต้า”
ส้มป่อยรีบวิ่งขึ้นเรือนไป
“เฮ้ย สวยกว่าวันที่เราเจอที่ตลาดอีกว่ะ” หนานหันมาบอกคูน
“นังส้มป่อยเหรอ”
“ไม่ใช่ หมายถึงคุณรุ้งโว้ย”
“เออว่ะ แสดงว่ารัศมีดารากำลังจับ” คูนเห็นด้วย
“จับตรงไหนวะ”
“คิดเอาเอง” คูนบอกกวนๆ แล้วเดินหนี

แป๋วและจุ๊ ช่วยกันรูดม่านให้เห็นเทอร์เรซกว้างของห้องพัก สามสาวส่งเสียงซี๊ดซ้าด กับทัศนียภาพที่เห็น ทั้งไร่ และภูเขา
“อะไรกันเนี่ย อย่างกะภาพวาด” รุ้งระวีตื่นเต้นมาก
“วิวสวยสุดๆ” มะปรางเห็นด้วย
“เดี๋ยวเราไปวิ่งขึ้นเนิน แล้วร้องเพลงแบบหนังแขกกันเถอะ” จี่หอยชวน
“พี่ทูนจัดให้พวกคุณ อยู่ห้องนี้โดยเฉพาะเลยครับ” อินทรบอกอย่างภูมิใจเสนอ
“แล้วคุณทูนอยู่ไหนละคะ”
“สงสัยจะทำงานอยู่ครับ พี่ทูนยังไม่รู้เลยว่าพวกคุณมาถึงแล้ว เพราะตอนแรกบอกว่าจะมาบ่าย”
“เรารีบมาน่ะ เพราะอยากมาสูดอากาศยามเช้าที่นี่”
“ตามสบายนะครับ มีอะไรก็บอกป้าแป๋ว กับยายจุ๊ได้ครับ”
“ขอบคุณค่ะ” มะปรางยิ้มให้
จบตอนที่ 5
อ่านต้มยำลำซิ่ง ตอนที่ 5/3
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์