หน้าเว็บ

วันพุธที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

อ่านละคร สื่อรักสัมผัสหัวใจ 2 ตอนที่ 25 วันที่ 21/2 พ.ย. 56

อ่านละคร สื่อรักสัมผัสหัวใจ 2 ตอนที่ 25 วันที่ 21/2 พ.ย. 56
“จะด้วยความเต็มใจทั้งหมดหรือถูกหมอสมคิดบังคับก็ตาม เวรกรรมก็ไม่เคยละเว้นคนที่ทำชั่วหรอก มันแค่หนักหรือเบา มาช้าหรือมาเร็วเท่านั้นเอง” สุคนธรสอธิบาย
“เวรกรรมของใคร ก็จะถูกบันทึกไว้กับจิตและวิญญาณของคนนั้นไปตลอด...เฮ้อ...” ญาณินถอนใจ
“ก็หวังว่าเจ้ากรรมนายเวรจะปรานีเบญจาบ้าง ให้โอกาสเบญจารอด เพื่อที่จะได้กลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี”
“ซ๊าธุ!”

ไตรรัตน์ยกมือไหว้ท่วมหัว สุคนธรสมองหน้า
“ผมไม่แกล้งนะที่รักผมไม่ชอบเห็นใครตายอีก มันควรจะพอได้เสียที”
“ฉันก็คิดอย่างงั้นเหมือนกันค่ะ”


ไตรรัตน์โอบสุคนธรสมากอด
หมอกับพยาบาลเดินเข้ามาเพื่อจะตรวจดูอาการเบญจา
“เอ่อ...คุณหมอครับ อาการของเบญจาเป็นยังไงบ้างครับ” ติณห์ถาม
“เขาอยู่ได้ด้วยเครื่องช่วยหายใจ อวัยวะภายในของคนไข้บอบช้ำมากครับ แต่เดี๋ยวผมขอเข้าไปตรวจอาการก่อนนะครับ”
“หวังว่าเขาจะดีขึ้นนะคะคุณหมอ”

หมอยิ้มพยักหน้าให้อย่างปลอบใจ แล้วเดินเข้าห้องไป
หมอตรวจอาการเบญจาอยู่ที่เตียง ทุกคนยืนมองอยู่นอกกระจกอย่างเอาใจช่วย อยากให้ดีขึ้นแล้วอยู่ทุกคนก็ต้องตื่นเต้นเมื่อเห็นเบญจาขยับตัว ค่อยๆลืมตาฟื้นขึ้น

“เบญจาฟื้นแล้วค่ะติณห์” ญาณินบอก
หมอรีบใช้ไฟฉายส่องดูปฏิกิริยาที่ตาของเบญจา สั่งเพิ่มยา วิตามินทางสายน้ำเกลือเบญจาค่อยๆขยับหน้าหันมองตะแคงมาที่กระจก ตาของเบญจาจ้องมาที่ติณห์น้ำตาไหล พร้อมกับค่อยๆยกมือที่เสียบสายน้ำเกลือขึ้นอย่างสั่นเทาชี้มาที่ติณห์ พร้อมปากขยับเรียกติณห์
“ติณห์คะเบญจาคงอยากจะให้คุณเข้าไปเยี่ยม”
ญาณินพยักหน้าให้ติณห์เข้าไป

ติณห์เดินเข้ามาในห้องICU หมอให้พยาบาลฉีดวิตามินยาต่างๆเข้าสายน้ำเกลือของเบญจาเสร็จ ก็เดินหลีกทางผละออกไปปล่อยให้ติณห์อยู่กับเบญจาตามลำพังเบญจายิ้มดีใจทั้งน้ำตา พูดอย่างอ่อนแรง
“พี่...ติณห์...หนู...อยากจะ...ขอโทษ”
“เฮ้...โอเค ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น พี่ยกโทษให้เบญจาหมดแล้ว”
เบญจาน้ำตายิ่งไหล
“พี่ติณห์ไม่โกรธ...เกลียด...สาปแช่งหนูเหรอคะ”
เบญจายื่นมือมาจับมือติณห์ไว้
“เรื่องทุกอย่างมันจบลงแล้ว อย่าไปพูดถึงมันอีกเลยนะ สิ่งที่เบญจาต้องทำตอนนี้คือรักษาตัวให้หายไวๆนะครับ แล้ว...ออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เป็นคนใหม่เป็นเด็กสาวที่มีอนาคต”
“ขอบคุณ ขอบคุณมากค่ะพี่ติณก์ แต่หนู...ไม่มี...โอกาส...จะได้ออกไปหรอก”
ติณห์รู้สึกสงสารมาก จับมือเบญจาตอบ ปลอบใจ
“โนๆ อย่าพูดอย่างงั้น ทุกคนเกิดมามีสิทธิ์ทำผิดพลาดด้วยกันทั้งนั้นแต่ทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะแก้ตัวใหม่...ทำดีลบล้างความผิดของตัวเองได้นะเบญจา”
เบญจาส่ายหน้า
“ชะตากรรมของหนู ถูกลิขิตเอาไว้แล้วค่ะพี่ติณห์ แต่ก่อนที่หนูจะต้องชดใช้กรรมที่ตัวเองได้ทำไว้กับพี่ กับครอบครัวของพี่ กับพี่ญาณินคนที่พี่รัก หนูอยากจะให้พี่รู้เอาไว้ว่า ความรักที่หนูมีให้พี่ มันไม่ใช่การเสแสร้งแกล้งทำแต่มันเป็นความรักที่แท้จริง”
ติณห์นิ่งอึ้งไป
“หนูมีความสุขมากเวลาที่ได้อยู่กับพี่ ความสุขที่หนูไม่เคยรู้จักมาก่อน ขอบคุณมากนะคะพี่ติณห์ หนูจะไม่มีวันลืมรักครั้งแรกและครั้งเดียวที่หัวใจของหนู ได้รู้จัก..กับความอ่อนหวาน..แม้จะเป็นเวลาสั้นๆ..ก็ยังดี..จริงๆนะคะ”
เบญจายิ้มอย่างมีความสุข ติณห์ได้แต่ยิ้มตอบ

ทางเดินด้านนอกห้องICU...สุคนธรสเดินออกมารับโทรศัพท์ด้านนอก โดยมีไตรรัตน์ตามออกมา
“ฮัลโหลยัยเนตรเป็นไง เจอตัวยัยพีชมั้ย...อะไรนะ แล้วตอนนี้แกอยู่ไหนฉันยังอยู่โรงพยาบาล จะรีบไปหาเดี๋ยวนี้”
สุคนธรสวางสายแล้วรีบดึงไตรรัตน์ไป
สุคนธรสกับไตรรัตน์รีบมายังห้องฉุกเฉินสุพิชชาที่ร่างกายซีกซ้ายอ่อนแรงเป็นอัมพฤกษ์ปากยังไม่เบี้ยว แต่เริ่มพูดช้าๆ ไม่ชัด ลิ้นแข็ง แต่พยายามจะปีนลงจากเตียงณัฐเดช หมอ พยาบาลพยายามช่วยกันจับพาขึ้นเตียงอีกครั้ง แต่สุพิชชา พยายามดิ้นมาที่เนตรสิตางศุ์ที่ยืนตกใจเกาะวรวรรธอยู่
“สะใจใช่ไหม น้องเนตร สมใจแล้วใช่ไหม วรรษ ที่พีชกลายเป็นแบบนี้”
เนตรสิตางศุ์ส่ายหน้า
“ไม่ใช่นะคะ พี่พีช เนตรตกใจ เนตรเสียใจด้วยจริงๆนะคะ”
“ไม่ต้องมาเสียใจ ไม่ต้องมาสงสาร ถ้าพีชต้องอยู่อย่างน่าสงสาร พีชขอตายดีกว่า”
“พีช...คุณเส้นเลือดในสมองแตกอาการหนักมากแล้วนะ ขึ้นเตียงให้หมอรักษาคุณก่อน” วรวรรธขอร้อง
“ฉีดยาให้พีชตายไปเลย พีชทนเป็นคนพิกลพิการไม่ได้ ให้ฉันตายไปเดี๋ยวนี้ หมอ พยาบาลทุกคนใครทำให้ฉันตายได้ ฉันจะให้รางวัลอย่างงามเลย” สุพิชชาหันมาทางณัฐเดช “พี่ณัฐก็เหมือนกัน ไม่ต้องมามองพีชอย่างสมเพชเวทนา ใครกันแน่ ที่น่าสมเพช...พี่น่ะ มันก็แค่เครื่องมือที่พีชใช้ เพื่อจะได้แก้แค้นน้องสาวพี่ กะหมอวรรธเท่านั้นแหละ”
ณัฐเดชอึ้ง
“พีช”
ทุกคนตกตะลึง โดยเฉพาะสุคนธรสกับไตรรัตน์
“ทำไมพูดกับพี่ณัฐอย่างงั้น”สุคนธรสไม่พอใจ
อยู่ๆสุพิชชาสะดุ้ง กุมหัว แล้วทรุดลง
“อ๊า...ปวด...ปวดมาก”
“พีช...” วรวรรธตกใจรีบบอกกับพยาบาล “รีบเอาเข้าไปเลยครับ ผมเกรงว่า เส้นโลหิตในสมองของพีชจะแตกมากขึ้นกว่าที่แรกแล้วนะครับ”
พวกพยาบาลจะเข้าไป สุพิชชาดิ้นๆ
“ไม่ ปล่อยให้ฉันตายไปเลย อย่ามาช่วย อย่ามา...รัก...ษา...”
อยู่ๆหน้าสุพิชชาค้าง อ่อนแรง ขา แขนนิ่งงันพวกพยาบาลยืนอึ้งณัฐเดชแหวกทุกคน เข้าไป อุ้มสุพิชชา ที่กลอกตา มองหน้า
“ให้เอาเข้าไปห้องไหนครับ”
พยาบาลรีบเปิดทาง นำไปณัฐเดชอุ้มไปเนตรสิตางศุ์มองอย่างเศร้าใจ
“เนตรสงสารพี่ณัฐ...พี่ณัฐคงรักเขามาก...มากจน...”
“ห่วงตัวเองเถอะยัยเนตร มาให้กอดทีซิ” สุคนธรสอ้าแขน
เนตรสิตางศุ์เข้ามากอดสุคนธรส

ณัฐเดชยืนพิงผนังซึม สุดแสนเสียใจไตรรัตน์ยืนพิงผนังอีกด้านมองอยู่
“ฉันขอพูดตรงๆนะไอ้ณัฐ ฉันไม่อยากเห็นคนดีๆอย่างแกต้องเสียใจเพราะยัยพีชอีกแล้ว”
ณัฐเดชเงยหน้ามองไตรรัตน์
“ฉันทำผิดมากเหรอวะที่พยายามจะให้โอกาสผู้หญิงที่ฉันรัก”
“แกไม่ผิดหรอก แกทำดีเกินไปด้วยซ้ำ แต่สำหรับคนบางคนนะเว้ย เราให้โอกาสเขา แต่กลับลืมไปว่า เรากำลังทำร้ายอีกคนที่รักเรามากกว่า”
ณัฐเดชอึ้งไป ไตรรัตน์เดินเข้ามาจับไหล่ณัฐเดช
“และที่สำคัญ แกกำลังทำร้ายตัวเองอยู่แกจะเป็นอีกนานไหม”

ไตรรัตน์พูดเสร็จตบไหล่ณัฐเดช ให้กำลังใจ แล้วเดินจากมา ทิ้งให้ณัฐเดชได้คิดตัดสินใจคนเดียว
สุพิชชานอนอยู่บนเตียงในสภาพที่แน่นิ่ง ไม่มีแรงใดๆ แต่ตามองมาณัฐเดชยืนมอง

“พีช...”
สุพิชชาได้แต่มอง ปากพูดแทบไม่ได้แล้ว
“จะให้พี่ทำอะไรพีช”
สุพิชชาพูดอย่างยากลำบาก
“ไป-ให้-พ้น”
ณัฐเดชพยักหน้า
“ได้...พี่จะไป”
“ไม่ต้อง กลับมา พีช ไม่ต้องการ ให้ใครเห็น พีชหน้าตา น่า เกลียด แบบนี้”
“หน้าตาน่าเกลียด ยังดีกว่าจิตใจน่าเกลียดนะพีช...แต่...ไม่ว่าพีชจะทำอะไรลงไป พี่กับน้องสาวของพี่และวรวรรธ พี่มั่นใจว่าพวกเราทุกคนเป็นอันเหนึ่งอันเดียวกัน และคิดเหมือนกัน คือพวกเราจะไม่ถือโทษโกรธเคืองพีช”
“โกรธพีชเลย เกลียดเลย อาฆาตเลย พีชไม่ต้องการ การให้อภัย เพราะความสมเพชเวทนา”
“พี่ และน้องพี่ รวมทั้งวรวรรธ เราเป็นคนดีเกินไปน่ะพีชแม้แต่ความร้ายของพีช ก็ไม่อาจ ทำลายความดีของพวกเราได้”
สุพิชชาชะงัก
“อะไรนะ...พี่ณัฐยังจะรักพีชอยู่เหรอ”
“เปล่า...พีช พี่ไม่รักพีชแล้ว แต่พี่จะดีกับพีชตลอดไป ขอให้พีชรู้ว่าต่อไปนี้ เราจะดีกับพีช จะมาเยี่ยม จะมาดูแลเป็นกัลยาณมิตรของพีช แม้ว่าเราจะไม่เกี่ยวอะไรกัน ไม่รัก ไม่ต้องการ ไม่มีเรื่องส่วนตัวอะไรอีกแล้ว แต่เราจะปฏิบัติต่อพีช เยี่ยงเพื่อนร่วมโลก ร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกัน พีชป่วย ทั้งกายใจพีชไม่เมตตากระทั่งตัวเองคนอย่างพีชพวกเราเกลียดไม่ลงหรอก”
สุพิชชาอึ้ง น้ำตาไหลทะลัก

เนตรสิตางศุ์กับวรวรรธ รออยู่หน้าห้องณัฐเดชเปิดประตูเดินออกมาจากห้องทุกคนหันไปมอง ลุ้นว่าณัฐเดชจะตัดสินใจยังไงณัฐเดชมองมาที่เนตรสิตางศุ์กับวรวรรธแล้วเดินเข้ามากอดทั้งสองไว้
“พี่ขอโทษนะเนตร ขอโทษนะหมอ กับ...เรื่องราวที่ผ่านมาทั้งหมด พี่เอง ที่ผิดพลาดไป”
เนตรสิตางศุ์กับวรวรรธกอดปลอบณัฐเดช
“พี่ณัฐไม่ผิดหรอกค่ะ ถ้าเขามาดีเรื่องพวกนี้คงไม่เกิดขึ้นพี่ณัฐไม่ต้องขอโทษพวกเรา และสำรับพี่พีชเราบอกเลย ว่าเราไม่มีความโกรธเกลียดอะไรเหลืออยู่อีกแล้ว วิญญาณ ภูติ ผี สัมภเวสีที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน เรายังแผ่เมตตาให้เขาไปที่ชอบๆได้ นี่คนด้วยกัน รู้จักกันดี ชาติก่อน เราอาจเคยทำร้ายเขาไว้มาก ชาตินี้เขาเลยตามมาดังนั้น เราขอให้เวรกรรมของเรากับพี่เขาจบลงในชาตินี้ ขออธิษฐานให้พี่เขาหายดี ทั้งกายและใจ ขออย่าให้ต้องมีเวรต่อกันไปถึงชาติหน้าเลย”
วรวรรธเสริม
“ผมขอร่วมด้วย ช่วยเมตตาต่อพีชด้วยคนนะครับพี่ณัฐ”
“เนตรกับวรรษเชื่อไหม พี่ก็คิดแบบนี้ แล้วพี่ก็บอกเขาไปแล้ว”
“ดีค่ะ พี่ณัฐ แต่เราจะไม่ทิ้งเขานะคะ ในเมื่อเขามีตัวคนเดียวในโลกเราก็จะช่วยเป็นญาติธรรมให้เขาค่ะ” เนตรสิตางศุ์มุ่งมั่น จริงจัง “ให้มันรู้ไป ว่าความดี จะเอาชนะความชั่วไม่ได้ วันใดเขาหายป่วยใจเรื่องป่วยกายก็เป็นเรื่องเล็กๆล่ะ”
“เนตรของพี่น่ารักเสมอกลับบ้านเรากันเถอะ”
ทั้งสามคนเดินไปด้วยกัน

ในห้อง...นางพยาบาลเสียบสายน้ำเกลือ ให้ยาเสร็จ ออกไปสุพิชชานอนอยู่บนเตียงตามองไปที่แหวนซึ่งณัฐเดชได้ถอดวางไว้บนโต๊ะข้างเตียง เธอนึกย้อนไปวันนั้นที่ได้มอบแหวนให้กันสุพิชชารู้สึกใจหายเป็นครั้งแรก นับแต่นี้ไม่มีณัฐเดชอีกแล้ว เธอหันมองไปรอบๆห้อง พบว่าตัวเองอยู่คนเดียวมันแสนโดดเดี่ยวอ้างว้างเหลือเกิน เธอรำพึงในใจ
“อนิจจา โอกาสที่จะมีความสุขเคยอยู่แค่มือเอื้อม แต่ฉันกลับโยนทิ้งไป และโอกาสอย่างนี้ที่จะมีคนที่รักฉันจริงๆอย่างไร้เงื่อนไขใดๆคงจะไม่กลับมาอีกแล้ว”
สุพิชชานิ่ง น้ำตาไหล เต็มไปด้วยความเสียใจ กับสิ่งที่ตนทำไป

ภายในบริษัทซิกส์เซ้นส์ เช้าวันใหม่...จุนจีตื่นเดินลงบันไดมา การมาพักที่นี่แม้จะไม่หรูหราสะดวกสบายราวซุปเปอร์สตาร์ แต่ก็ทำให้เขามีความสุข อิสระ สบายใจ ที่สำคัญได้อยู่ใกล้ๆคนที่เขารัก
จุนจีมองหากรรัมภา แล้วก็เห็นเธอกำลังพยายามจะทำอาหารเช้าอยู่ที่ครัว
“ทำอาหารทำไมมันยากกว่าเขียนอายไลเน่อร์นักนะต่อไปฉันจะไม่ติแกอีกแล้วยัยเนตรแกเก่งจริงๆที่พลิกแพลงทำอาหารได้หลายอย่าง”
กรรัมภาพูดพลางพยายามพลิกแป้งแพนเค้ก จนมันเละ
“ที่รัก ผมช่วยนะครับ”
จุนจีเดินเข้ามาโอบจับมือกรรัมภาที่ถือพายไม้และด้ามกระทะทางด้านหลังกรรัมภาสะดุ้งนิดๆ
“อุ้ย”
“เวลาทอดแพนเค้กคุณต้องใจเย็นๆซีครับ หยอดแป้งแล้วต้องร้องเพลงรอว่าซารางแฮโยจุนจี…ซารางแฮโยจุนจีไหนพูดซิ”
กรรัมภาเขินๆ
“ซารางแฮโยจุนจี...ซารางแฮโยจุนจี”
จุนจียิ้มขำมีความสุข
“เห็นไหมๆ แป้งเริ่มสุกแล้ว พอมีฟองอากาศแบบนี้ เราถึงค่อยพลิก”
จุนจีพลิกแป้งแพนเค้ก เห็นเป็นสีน้ำตาลสวยกรรัมภาตาโต
“ว้าว...สีสวยน่ากินมาก ปาร์คจุนจีทำอาหารก็เป็นด้วยจริงๆ”
จุนจีหอมแก้มกรรัมภาฟอดหนึ่ง
“ดีมากแฟนคลับอันดับหนึ่งของจุนจี”
“เอ่อ...”
กรรัมภาอึ้งค้างไปเลย
“ทีนี้ก็ต้องร้องเพลงรออีกหน่อย ให้แป้งสุก ร้องต่อซิเร็ว...ซารางแฮโยจุนจี”
“ซารางแฮโยจุนจี...ซารางแฮโย...เอ่อ...ฉันรักคุณจุนจี”
จุนจีถึงกับอึ้ง จับกรรัมภาให้หันมา
“ผมชอบภาษาไทยมากกว่านะ คำว่ารักเพราะกว่าเยอะเลย”
ทั้งสองมองหน้ากันซึ้งจุนจียื่นหน้าจะจูบแต่กรรัมภาทำจมูกฟุตฟิต
“เหม็นกลิ่นอะไรไหม้ๆ” เธอหันไปมองกระทะ “ว้ายแพนเค้กไหม้แล้ว”
จุนจีตกใจ
“เฮ้ย...แพนเค้กของจุนจี”
ทั้งสองทำหน้าแหยให้กันแล้วก็หัวเราะ จุนจียื่นมือขยี้หัวกรรัมภา
“ไม่เป็นไร ม่ะ...เดี๋ยวจุนจีจะทอดให้กินเองนะ แน-ยอ-จา-ยาห์”(ผู้หญิงของผม)
จุนจีคว้าหมวกมาใส่แล้วลงมือหยอดแป้งอีกครั้ง

อรวรรณรดน้ำต้นไม้ พลางฮัมเพลงแร็บเกาหลีของจุนจีอยู่หน้าบริษัท เต้นไปโดยไม่รู้ตัว
“อุ้ยตาย ลืมตัว ปากกับท่าทางไปเอง โฮ่ย...ตั้งแต่นายจุนจิมาพักอยู่ด้วยเนี่ย โรคติ่งเกาหลีก็แพร่เชื้อจากยัยหนูแก้มมาสู่เรา”
อรวรรณรู้สึกว่าใครโผล่มายืนจ้องอยู่หน้าบ้าน ค่อยๆหันไปมองที่รั้ว แล้วต้องตกใจ
“ว้ายตาเถร”
อรวรรณตกใจพร้อมกับฉีดน้ำไปด้วยลีจองกุ๊กยืนลูบหน้าพ่นน้ำอยู่
“ผมจองกุ๊กเองคร้าบ ไม่ใช่ตาเถร”
“ก็แล้วทำไมคุณจองกุ๊กหน้าตาเป็นแพนด้าจีนอย่างงั้นล่ะค่า”
ลีจองกุ๊กยืนหน้าละห้อย ขอบตาทั้งสองคล้ำดำเหมือนคนเครียดๆไม่ได้หลับได้นอนมาเป็นเดือน
“ผมถูกเล่น”
“หา มีคนเล่นของทำคุณไสย์ใส่คุณเหรอคะไม่ต้องห่วงค่ะ เดี๋ยวให้ห้าสาวทำพิธีช่วยคุณได้ค่ะ”
“ไม่ต้องห้าสาวหรอกครับ แค่ผมพาจุนจีกลับไป ผมก็ไม่ถูกบริษัทที่เกาหลีเล่นแล้วล่ะครับไม่อย่างงั้น ผมแย่แน่ๆเลย”
อรวรรณอึ้งไปเลย

“คุณจุนจีเหรอคะ เอ่อ...”
จุนจีกับกรรัมภากำลังนั่งกินแพนเค้ก เนย น้ำผึ้ง สวีตกันอยู่

“อืม...มา-ชิล-ซอ-โย!แซ่บอีหลี...ลำแต้ๆ...หร่อยจังฮู้”
จุนจีหัวเราะ
“ฮ่ะๆ ภาษาอะไรของคุณ”
“ก็ภาษาไทยนี่แหละ...ลำแต้ๆแปลว่าอร่อยภาษาเหนือแซ่บอีหลีภาษาอีสานหร่อยจังฮู้ภาษาใต้”
“อ๋อ...หร่อยจังฮู้ๆ”
กรรัมภาขำ
“ฮ่ะๆ น่ารักจุงเบย”
กรรัมภายื่นมือไปตบแก้มจุนจีเบาๆ แต่เขาจับมือเธอไว้
“แล้วผมก็มีความสุขจังฮู้ที่มีคุณเข้ามาอยู่ในชีวิตของผม”
กรรัมภายิ้มจับมือกันไว้

กรรณาที่เพิ่งตื่นนอน เดินหาวลงบันไดมา เห็นภาพทั้งคู่ต้องชะงักแอบมองยิ้มๆที่เห็นเพื่อนมี ความสุข แต่แล้วอรวรรณก็พาลีจองกุ๊กเดินเข้ามากรรณาชะงัก
“เอาแล้วไงยัยแก้ม”
“เอ่อคุณจุนจีค่ะ ผู้จัดการมาหาแน่ะค่ะ”
จุนจียังคงนั่งนิ่งไม่หันไปมอง หน้าที่เคยเบิกบาน หุบลงทันที ขณะที่กรรัมภาเหมือนรู้ชะตา กรรมลุกขึ้นยืนฝืนยิ้มให้

อ่านละคร สื่อรักสัมผัสหัวใจ 2 ตอนที่ 25 วันที่ 21/2 พ.ย. 56

บทประพันธ์โดย:ณารา/ร่มแก้ว/ซ่อนกลิ่น/เก้าแต้ม/แพรณัฐ จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3
บทโทรทัศน์ : ทิพย์ธิดา ศรัทธาทิพย์, สุธิสา วงษ์อยู่, เบญจมาศ ดาลหิรัญรัตน์, ศักดิ์ชาย เกียรติปัญญาโอภาส, โรจนินทร์ และ ณัชชานิษฐ์ จิรรุ่งโรจน์
สื่อรักสัมผัสหัวใจ 2กำกับการแสดง : ตระกูล อรุณสวัสดิ์
สื่อรักสัมผัสหัวใจ 2 ผลิต : ค่ายชลลัมพี โปรดั๊กชั่น จำกัด
สื่อรักสัมผัสหัวใจ 2 แนวละคร : คอเมดี้
สื่อรักสัมผัสหัวใจ 2 วันเวลาออกอากาศทุกวันศุกร์ -เสาร์ และอาทิตย์ เริ่มเวลา 20.15
ติดตามชมสื่อรักสัมผัสหัวใจ 2 ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ